ต่อมลูกหมากโต

อ่าน 569 เวลา
(0 โหวต)

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักต่อมลูกหมากกันก่อน ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะเพศหนึ่งของระบบสืบพันธุ์เพศชายอยู่ติดกับกระเพาะปัสสาวะ และรอบท่อปัสสาวะส่วนต้น มีลักษณะคล้ายลูกเกาลัค ทำหน้าที่สร้างของ เหลว และสารที่หล่อเลี้ยงตัวอสุจิให้แข็งแรงเพื่อให้ตัวอสุจิมีความสมบูรณ์ที่จะทำหน้าที่ในการสืบพันธุ์

ในชายที่มีอายุมากกว่า 50 ขี้นไป มีโอกาสที่จะพบอาการของต่อมลูกหมากโต หรือ benign prostatic hyperplasia (BPH) ซึ่งเป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศชาย คือ dihydrotestosterone (DHT) ที่มีระดับลดลงเมื่อสูงอายุ หรืออาจเกิดขึ้นจากความผิดปกติที่ร้ายแรงของต่อมลูกหมากและกระเพาะปัสสาวะ เมื่อต่อมลูกหมากโตขึ้นจะไปเบียดท่อปัสสาวะให้ตีบ แบนและยาว ทำให้มีปัญหาในการถ่ายปัสสาวะ และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต เนื่องจากทำให้ปัสสาวะบ่อยเวลากลางคืนและกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะแต่ละครั้งต้องรอนานกว่าจะออก และเมื่อออกไปแล้วต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะปัสสาวะหมด ซึ่งในที่สุดมีผลกับการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ โรคต่อมลูกหมากโตไม่ใช่มะเร็งและไม่กลายเป็นมะเร็ง แต่ทั้งสองโรคอาจพบร่วมกันได้ในบางคน

รู้ได้อย่างไรว่ามีอาการต่อมลูกหมากโต

เราสามารถประเมินภาวะต่อมลูกหมากโตได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง โดยหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ ตั้งแต่ความบ่อยของการปัสสาวะคือ ห่างกันน้อยกว่า 2 ชั่วโมง ปัสสาวะไม่พุ่งเป็นลำ บางครั้งออกเป็นหยดๆ เวลากลางคืนต้องตื่นเพื่อเข้าห้องน้ำมากกว่า 1 ครั้ง และยังปัสสาวะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่สามารถกลั้นออกมาได้ และมีความรู้สึกปัสสาวะไม่สุด ทำให้อยากปัสสาวะอยู่เรื่อยๆ ถ้าพบว่ามีอกาการดังกล่าวต้องพบแพทย์เพื่อตรวจโดยละเอียดต่อไป

การวินิจฉัยโรค

  1. จะเริ่มจากการซักประวัติและถามอาการของการขับถ่ายปัสสาวะ รวมทั้งระยะเวลาที่เริ่มเป็น
  2. การใช้แบบสอบถามอาการถ่ายปัสสาวะ
  3. แพทย์จะทำการตรวจทวารหนักเพื่อคลำดูต่อมลูกหมากว่ามีขนาดโตมากน้อยเพียงใด
  4. การวัดความแรงของการถ่ายปัสสาวะ ซึ่งจำเป็นต้องถ่ายปัสสาวะในเครื่องมือพิเศษที่จะสามารถวัดความแรงของน้ำปัสสาวะได้
  5. การส่องกล้องดูทางท่อปัสสาวะ เพื่อดูว่าต่อมลูกหมากโตจริงหรือไม่ และดูว่ามีผลแทรกซ้อนเกิดขึ้นในกระเพาะปัสสาวะหรือไม่ เช่น นิ่ว
  6. การวัดน้ำปัสสาวะค้างในกระเพาะปัสสาวะว่ามีจำนวนเท่าใด
  7. การตรวจวัดขนาดและดูลักษณะของต่อมลูกหมากด้วยเครื่องอัลตร้าซาวด์ซึ่งสอดเข้าทางทวารหนัก
  8. การเจาะเลือดเพื่อดูผลเลือดของต่อมลูกหมาก ( PSA ) เพื่อช่วยแยกโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

การรักษา

  • การรักษาแบบประคับประคอง จะใช้ในกรณีที่มีอาการไม่มาก และยังไม่มีอาการแทรกซ้อน
  • การใช้ยารักษา มีอยู่ 2 ชนิด คือ ยาที่ลดขนาดต่อมลูกหมาก และยาลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อต่อมลูกหมาก
  • การรักษาด้วยวิธีที่มีความรุนแรงน้อย (Minimal invasive therapy)

การรักษาวิธีนี้มีหลายวิธี เช่น การใส่สเตนท์ (Urethral stent) การฉีดสารโบทอกซ์ (Botulinum toxin) เข้าไปในต่อมลูกหมาก การใช้คลื่นไมโครเวฟผ่านท่อปัสสาวะ (Transurethral microwave heat treatment) การใช้เข็มความร้อนผ่านท่อปัสสาวะ ( Transurethral needle ablation) เป็นต้น วิธีการรักษาต่างๆเหล่านี้เป็นวิธีค่อนข้างใหม่ เหมาะกับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวมาก มีความเสี่ยงสูงถ้าต้องผ่าตัดแบบส่องกล้อง ยังไม่ค่อยมีที่ใช้ในประเทศไทย มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า และยังไม่สามารถทดแทนวิธีการผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านท่อปัสสาวะแบบดั้งเดิมได้ (Transurethral resection of the prostate)

  • การผ่าตัด ใช้ในรายที่มีอาการมาก เดือดร้อนมาก หรือมีภาวะแทรกซ้อน การผ่าตัดมีหลายชนิด แต่วิธีที่นิยมมากที่สุด คือการใส่เครื่องมือเข้าทางท่อปัสสาวะ และตัดต่อมลูกหมากออกทางปัสสาวะด้วยไฟฟ้า วิธีนี้เรียกว่า Transurethral resection of the prostate (TUR-P) หากต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่มาก จำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัดผ่านหน้าท้องหรือหัวเหน่า นอกจากนี้ยังมีวิธีการผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านกล้องโดยใช้เลเซอร์ (Transurethral laser vaporization of prostate) วิธีนี้เป็นการใช้เลเซอร์ซึ่งมีหลายชนิดทำให้เนื้อต่อมลูกหมากระเหิดไป มีการเสียเลือดและใช้เวลาพักฟื้นน้อยกว่า ในประเทศไทยเริ่มมีการนำมาใช้ในโรงพยาบาลบางแห่ง วิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวมาก มีความเสี่ยงในการผ่าตัดต่อมลูกหมากแบบส่องกล้องสูง ข้อเสียเปรียบของวิธีนี้คือไม่ได้ชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากไปตรวจทางกล้องจุลทรรศน์ เป็นวิธีการรักษาค่อนข้างใหม่จึงยังไม่มีผลการรายงานการติดตามในระยะยาวเท่ากับการผ่าตัดโดยการส่องกล้องแบบเดิม และค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดยังค่อนข้างสูงอยู่ ในผู้ป่วยที่ต่อมลูกหมากมีขนาดโตมาก ขนาดต่อมลูกหมากใหญ่กว่า 75 กรัม การผ่าตัดต่อมลูกหมากแบบเปิด (Open prostatectomy) อาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษาได้

อาหารป้องกันต่อมลูกหมากโต

  • สังกะสี เป็นแร่ธาตุที่ช่วยสร้างฮอร์โมนเพศชาย มีมากในเมล็ดฟักทอง อาหารทะเล เช่น หอยนางรม
  • ไลโคพีน เป็นสารในตระกูลแคโรทีนอยด์ มีมากในมะเขือเทศ ซอสมะเขือเทศ ฝรั่งขี้นก
  • เบต้าซิโตสเตอรอล มีสรรพคุณช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด และป้องกันต่อมลูกหมากโต พบมากในถั่วเหลือง จมูกข้าวสาลี น้ำมันข้าวโพด
  • วิตามินอี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีมากในรำละเอียด น้ำมันรำ ธัญพืช ถั่วเหลือง ถั่วแดง ผักกาดหอม เมล็ดทานตะวัน งา น้ำมันถั่วลิสง

ดังนั้นชายที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจต่อมลูกหมากเป็นประจำทุกปี และเมื่อมีอาการผิดปกติของการขับถ่ายปัสสาวะ จึงควรที่จะเข้าไปรับการตรวจรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบทางเดินปัสสาวะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน และ รักษาได้อย่างมีประสิทธิผลสูงสุด

ที่มา : 1. MIMS Pharmacy, Edition 2011

2. http://www.prostate-rama.com

3. http://www.sut.ac.th