การเตรียมความพร้อม ก่อนการแปลงเพศ

เมื่อตัดสินใจดำเนินชีวิต แบบผู้หญิงมาได้สักระยะและสิ่งที่ใฝ่ฝันของกลุ่มผู้ชายข้ามเพศ ก็คงหนีไม่พ้น  การแปลงเพศจากชายเป็นหญิง แต่บางคนยังไม่รู้ว่าควรเตรียมตัวอย่างไร  และต้องทำอะไรยังไง บ้าง  วันนี้แข็งแรงมีรายละเอียดมาฝากเพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลเบื้องต้นค่ะ

5 สิ่งต้องห้ามทาน หลังศัลยกรรม

ปัจจุบันนี้ผู้คนหันมาทำศัลยกรรม กันมากขึ้น เพราะสามารถช่วยปรับปรุงแก้ไขจุดด้อยของตัวเองให้กลายเป็นจุดเด่นได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเสริมจมูก ทำตาสองชั้น ปรับหน้าเรียว เสริมคาง ไปจนถึงศัลยกรรมเสริมหน้าอก แต่ถึงแม้ว่าศัลยแพทย์จะเนรมิตความงามให้คุณออกมาสวยปังขนาดไหน การดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมก็ถือเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ที่ควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเรื่องของอาหารการกิน ต้องระมัดระวังให้ดี เพราะหากเผลอกินอาหารแสลง หรืออาหารที่ไม่เหมาะสมกับร่างกายตัวเองในขณะนั้น อาจทำให้แผลศัลยกรรมเกิดการอักเสบ หายช้า และอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงผิดเพี้ยนจากผลลัพธ์เดิมที่ตั้งใจไว้ได้ค่ะ
 

 

1.อาหารรสจัด

ใครที่ชอบกินอาหารรสจัด ๆ แซ่บ ๆ คงต้องงดไปก่อนในช่วงนี้ และรอให้แผลหายดีก่อนนะคะ โดยเฉพาะคนที่ทำศัลยกรรมจมูกควรระวังไว้ให้มาก เพราะการกินอาหารรสจัดที่มีความเผ็ดร้อน เช่น ส้มตำ ต้มแซ่บ หรือ ต้มยำ อาจทำให้เกิดน้ำมูกไหลตอนที่เราเผ็ดได้ ซึ่งในน้ำมูกอาจมีเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ที่อาจทำให้แผลเกิดการอักเสบและติดเชื้อได้ค่ะ
 

2. อาหารสุกๆ ดิบ ๆ

นอกจากอาหารรสจัดแล้ว อาหารสุก ๆ ดิบ ๆ ก็เป็นสิ่งที่ควรงดเช่นกันในช่วงหลังทำศัลยกรรม หากใครที่ชอบกินสเต๊กแบบแรร์ มีเดียมแรร์ รวมถึงพวกปลาดิบ ปลาร้า ลาบ ก้อย ก็ขอให้เลิกกินไปก่อนสักระยะ เพราะอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ ไม่ค่อยจะสะอาดเท่าไรนัก อาจมีเชื้อโรค พยาธิ หรือสิ่งเจือปนที่ทำให้แผลศัลยกรรมเกิดความสกปรกและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดท้องร่วงได้อีกด้วย
 

3.ของหมัก ของดอง

 

 

ในช่วงหลังศัลยกรรมควรงดกินพวกของหมัก ของดอง เช่น มะม่วงดอง มะยมดอง และสารพัดของดองที่มีรสเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดไปก่อนจนกว่าแผลจะหายดีนะคะ เพราะอาหารประเภทนี้มักใช้สารเคมีในการหมักดอง ซึ่งอาจมีสารพิษต่าง ๆ เจือปนอยู่ด้วย หากกินเข้าไปในช่วงที่กำลังพักฟื้นจากการทำศัลยกรรม อาจเกิดผลเสียต่อระบบร่างกายและแผลศัลยกรรมได้ค่ะ
 

4.อาหารทะเลบางชนิด
สำหรับข้อนี้ผู้ที่แพ้อาหารทะเลควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาดค่ะ เพราะหากเกิดการแพ้อาหารในช่วงหลังทำศัลยกรรมด้วยแล้ว อาจยิ่งทวีความรุนแรงต่อบาดแผล ทำให้หายช้า หรือเกิดอันตรายได้ แต่สำหรับบางคนที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะแพ้อาหารทะเลหรือไม่ ก็ขอให้เลี่ยงไว้ก่อน รอแผลศัลยกรรมหายสนิทแล้วค่อยกลับมากินนะคะ
 

5.วิตามินและอาหารเสริมต่าง ๆ

ข้อนี้ถือว่าสำคัญมาก ๆ เลยค่ะ เพราะก่อนที่จะทำศัลยกรรมก็ได้มีคำแนะนำจากคุณหมอให้งดกินวิตามินและอาหารเสริมต่าง ๆ ด้วยอยู่แล้ว พอถึงช่วงหลังทำศัลยกรรมก็ยังคงงดอยู่เช่นกันค่ะ เพราะวิตามินและอาหารเสริมบางตัว เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา ใบแปะก๊วย โสม รวมถึงยาแอสไพริน อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาต่าง ๆ ต่อแผลศัลยกรรม ทั้งยังมีผลต่อการบวมช้ำของแผลอีกด้วยค่ะ

เคยสงสัยไหมว่าคุณมีความพร้อมแค่ไหนในการทำศัลยกรรม

เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่อยากจะมีรูปร่างหน้าตาที่ดูดี สำหรับคนที่เกิดมาหน้าเป๊ะอยู่แล้วก็ถือว่าโชคดีไป แต่ใครที่ยังขาดๆ เกินๆ ก็คงต้องขอความช่วยเหลือจากหมอศัลย์ฯ ฝีมือดีซักคน เพื่อเพิ่มความมั่นใจและโอกาสดีๆ ในชีวิต แต่ก่อนจะตัดสินใจทำศัลยกรรม ลองพิจารณาตัวเองก่อนว่า มี 3 สิ่งสำคัญนี้แล้วหรือยัง   การทำศัลยกรรมบางประเภทมีค่าใช้จ่ายสูง ก่อนทำควรศึกษาและไตร่ตรองให้ดี เก็บเงินให้พร้อมก่อน เพราะถ้าถึงขนาดต้องไปกู้หนี้ยืมสิน อาจส่งผลกระทบต่อคนใกล้ตัวจนกลายเป็นปัญหาใหญ่โตได้ แทนที่จะมีความสุขที่ได้สวยสมใจ อาจต้องนั่งร้องไห้แทน       เวลาที่ใช้ในการผ่าตัดอาจจะไม่ได้มากมาย แต่เวลาพักฟื้นนี่สิสำคัญ ก่อนทำต้องจัดตารางชีวิตให้ดี อาจอาศัยช่วงวันหยุดยาวก็ได้ เพราะการศัลยกรรมต้องใช้เวลาพักฟื้น 1-2 สัปดาห์ ในบางกรณีอาจใช้เวลาเป็นเดือน เนื่องจากหลังผ่าตัดจะมีอาการอักเสบ เขียวช้ำ บวมแดง ต้องมีเวลาพักฟื้นมากๆ และดูแลตัวเองให้ดี งานศัลยกรรมที่ทำมาจะได้สวยไปนาน   เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะทำศัลยกรรม ต้องแน่ใจด้วยว่า คนที่จะลงมีดบนร่างกายของคุณเป็น “ศัลยแพทย์” จริงๆ ไม่ใช่แค่คนที่เรียนจบแพทย์แล้วไปอบรมไม่กี่เดือนก็มาเปิดคลินิก หรือบางคนไม่ได้เรียนแพทย์มาด้วยซ้ำ เมื่อทราบชื่อแพทย์ที่จะผ่าตัดให้คุณแล้ว ควรปฏิบัติดังนี้ ขั้นแรก นำชื่อไปตรวจสอบในเว็บไซต์ของแพทยสภา เพื่อจะได้ทราบว่า เป็นแพทย์จริงหรือไม่ ขั้นที่สอง นำชื่อไปตรวจสอบในเว็บไซต์ของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย เอาให้ชัวร์ไปเลยว่า…

การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก

เรื่องน่ารู้ของการผ่าตัด “กระเพาะอาหาร” เพื่อ “ลดน้ำหนัก”

การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก คือ การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารให้มีขนาดเล็กลง และอาจจะมีการผ่าตัดเพื่อปรับเปลี่ยนทางเดินอาหารใหม่ ทำให้การดูดซึมอาหารลดลงด้วย ทั้ง 2 กลไกนี้จะทำให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารแล้วรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น และก็ทำให้น้ำหนักลดลงในที่สุด