ดูแลเด็กที่เป็นโรคหวัดอย่างไร

เมื่อเด็กเป็นหวัดต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิดโดย

ให้รับประทานอาหารที่ย่อยง่ายหรือเป็นอาหารอ่อน เช่น โจ้ก ข้าวต้ม
ให้ดื่มน้ำเยอะๆเพราะเด็กอาจเกิดภาวะขาดน้ำ
ให้อาบน้ำอุ่น ซึ่งไอน้ำจะช่วยให้จมูกโล่งขึ้น แต่ถ้ามีไข้ให้เช็ดตัวเด็กเพื่อลดไข้
เด็กเล็กๆอย่าปล่อยให้ไข้สูงเพราะอาจชักได้
ถ้าเด็กท้องเสียหรือถ่ายเหลวให้ดื่มเกลือแร่หรือโออาร์เอส ทดแทน
เมื่อพบแพทย์แล้วให้ใช้ยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีหรือก่อนนัดเมื่อเด็ก

– มีอาการผิดปกติจากที่เคยเช่น มีอาเจียน ท้องเสีย เป็นต้น

– มีไข้สูงหรือมีไข้ติดต่อกันนานกว่า 48 ชั่วโมง

– หายใจลำบาก หอบเหนื่อย

– อาการทรุดลง

– อาการไม่ดีขึ้นภายใน 7 วัน

หรือ เมื่อผู้ปกครองรู้สึกกังวลในอาการของเด็ก

วิธีป้องกันโรคหวัดในเด็กทำอย่างไร

หลีกเลี่ยงไม่ให้ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อหรือเป็นหวัดอยู่
ไม่ไปโรงเรียนหรือสถานเลี้ยงเด็กที่มีผู้ติดเชื้อ
รักษาสุขภาพเด็กให้แข็งแรง
ให้เด็ก พักผ่อนอย่างเพียงพอ
สอนเด็กให้ล้างมือให้สะอาดบ่อยๆและทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารหรือหลังจากเข้าห้องน้ำ

โรคหวัดในเด็ก (Common cold in children)

โรคหวัดในเด็กเป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่พบบ่อยที่สุดสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส เช่น Rhinovirus  , Influenza virus มักมีอาการไม่รุนแรงทั้งนี้ขึ้นกับชนิดของเชื้อไวรัส  โรคนี้มักพบบ่อยในฤดูหนาวที่มีอากาศเย็นและความชื้นสัมพัทธ์ต่ำโดยเด็กมีโอกาสเป็นหวัดปีละประมาณ 6 – 8 ครั้งและจะพบน้อยลงเมื่อโตขึ้นส่วนผู้ใหญ่พบได้ปีละประมาณ 2 – 3 ครั้ง โดยชายและหญิงมีโอกาสเกิดโรคได้พอๆกันนะคะ ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมีดังนี้ สภาพอากาศ หากอากาศเย็นและความ ชื้นสัมพัทธ์ต่ำจะมีโอกาสเกิดโรคสูง การอยู่ในที่ชุมชนที่มีผู้ป่วยติดเชื้อโรคหวัด ใกล้ชิดกับผู้ที่เป็นโรคหวัดเช่น อยู่ในโรงเรียนหรือสถานเลี้ยงเด็ก ภูมิคุ้มกันต้านทานโรคบกพร่อง อาการของโรคเป็นอย่างไร ในเด็กทารกและในเด็กเล็ก: ระยะแรกมักจะมีอาการไข้ โดยตรวจไม่พบความผิดปกติอื่นๆ ต่อมาก็จะเริ่มมีน้ำมูกไหล ไอ จาม ร้องกวน และน้ำมูกจะทำให้เกิดการหายใจลำบาก อาจมีอาการอาเจียน และท้องร่วงร่วมด้วยในเด็กบางคน เด็กโตจะเริ่มด้วยอาการจาม คอแห้ง ปากแห้ง บางคนมีอาการหนาวๆร้อนๆและปวดเมื่อยตามตัว ตามมาด้วยน้ำมูกไหลซึ่งในระยะแรกจะเป็นน้ำมูกใสๆ ต่อมาจะปนสีเหลืองหรือเขียวหรือเป็นหนองจากการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนนั่นเอง อาการต่างๆเหล่านี้จะเป็นอยู่ประมาณ 2 ถึง 7 วัน ถ้ามีอาการนานกว่านี้ให้สงสัยว่ามีภาวะแทรกซ้อน หรือมีสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่โรคหวัด โดยทั่วไปโรคหวัดในเด็กถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ มักจะหายเอง ไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์ แต่ถ้ามีอาการหวัดนานเกิน 7 วันแล้วไม่หาย…